การออกแบบบรรจุภัณฑ์แบบดั้งเดิม เป็นเพียงการออกแบบที่เน้นให้ความรู้สึกถึงอารมณ์ต่อผู้บริโภค (emotional) หรือเพียงแค่เปลี่ยนเฉพาะรูปทรงภายนอกเพื่อความสวยงามเท่านั้น ขณะที่แนวโน้มการออกแบบบรรจุภัณฑ์สร้างสรรค์ในอนาคต (creative packaging) จะอาศัยเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ โดยผสมผสานองค์ประกอบ 3 ส่วนเข้าด้วยกัน คือ ส่วนประโยชน์ต่อการใช้งาน (functional) ส่วนที่ให้ความรู้สึกถึงอารมณ์ต่อผู้บริโภค (emotional) และส่วนวัสดุ (materials) ซึ่งจำเป็นต้องคำนึงถึงสุขภาพและความปลอดภัย (health awareness) การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (environment issue) การพัฒนาแบบยั่งยืน (sustainable) และ universal design หรือความสะดวกในการใช้ (convenient) แนวโน้มนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ในอนาคต อาทิ
• การนำเทคโนโลยี Radio Frequency Identification Technology (RFID) มาใช้เป็นอุปกรณ์ไมโครชิปที่มีขนาดเล็กติดไว้ที่บรรจุภัณฑ์ เพื่อให้ข้อมูลของผลิตภัณฑ์นั้นๆ
• บรรจุภัณฑ์ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม และคำนึงสิ่งแวดล้อม
• บรรจุภัณฑ์สะดวกสบาย ง่ายต่อการใช้งานประหยัดเวลาในการบริโภค
• บรรจุภัณฑ์เพื่อการรักษาคุณภาพ คุณประโยชน์ของอาหาร-สารอาหาร
• บรรจุภัณฑ์ฉลาด เช่น บรรจุภัณฑ์ที่สามารถตรวจสอบตัวเองได้ โดยการเปลี่ยนสี หรือใช้สีเป็นตัวบ่งชี้สภาวะ
อุณหภูมิการบริโภคที่เหมาะสม เป็นต้น
ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ให้เกิดขึ้นตามคุณลักษณะที่ผู้บริโภคต้องการ และล้ำหน้าคู่แข่งขัน คือ การออกแบบ (Design) และวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเฉพาะในส่วนของเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) และนาโนเทคโนโลยี (Nanotechnology)
นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มจึงมีบทบาทสำคัญยิ่งในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์การขยายตลาดอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไทย อย่างไรก็ตาม นอกจากการพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภคแล้ว ผู้ผลิตยังต้องคำนึงถึงการพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของกฎระเบียบและมาตรฐาน โดยเฉพาะในประเด็นเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งทั่วโลกต่างก็ให้ความสำคัญ
WikiCell บรรจุภัณฑ์กินได้
การคิดค้นนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์รูปแบบใหม่สำหรับบรรจุอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งกล่าวกันว่าอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติวิถีการกินดื่มของผู้คนในอนาคตอันใกล้เพราะบรรจุภัณฑ์แบบใหม่นี้สามารถทดแทนการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกได้หลากหลายรูปแบบ ด้วยต้นทุนการผลิตที่ไม่สูง และที่น่าสนใจก็คือ บรรจุภัณฑ์ชนิดนี้เป็นบรรจุภัณฑ์กินได้
“WikiCell” เป็นชื่อเรียกของบรรจุภัณฑ์ที่คิดค้นและพัฒนาโดยศาสตราจารย์ David Edwards นักวิศวกรรมชีวภาพและอาจารย์มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ร่วมกับนักออกแบบชาวฝรั่งเศส François Azambourg และนักชีววิทยา Don Ingber ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากเซลล์ธรรมชาติในผลไม้อย่างองุ่น ส้ม หรือมะพร้าว ที่มีเปลือกนอกห่อหุ้มเนื้อและของเหลวภายในมาเป็นต้นแบบในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ใหม่ที่ว่านี้

WikiCell ได้รับรางวัลนวัตกรรมดีเด่นจากงาน SIAL 2012 งานแสดงนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดในโลกและยังได้รับการยกย่องจากนิตยสาร The New York Times ให้เป็นหนึ่งใน 32 เทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนโลกอีกด้วยปัจจุบันแนวคิดดังกล่าวเผยโฉมแล้วในร้าน Wikibar ที่ปารีส จำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารทีใช้บรรจุภัณฑ์รูปแบบใหม่ เพื่อเป็นช่องทางประชาสัมพันธ์และเปิดโอกาสให้สาธารณชนได้สัมผัส รวมถึงทำความเข้าใจนวัตกรรมนี้มากขึ้น โดยรายการอาหารชุดแรกๆ ที่วางจำหน่ายในร้าน ได้แก่ ไอศครีม โยเกิร์ต และชีส ซึ่งออกแบบให้บรรจุใน WikiCell ทรงกลมขนาดพอดีคำ สามารถหยิบรับประทานด้วยมือได้ทันที
Dairy trends for aging society
World Economic Forum มีการคาดการณ์ไว้ว่า อีก 40 ปีข้างหน้า ประชากรผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป ที่เรียกกันว่าสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) ในประเทศพัฒนาแล้วจะมีอัตราเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 35 ขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาจะมีสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด
สำหรับประเทศไทยพบว่า สังคมผู้สูงอายุหรือ Aging Society มีจำนวน 9.33 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนผู้สูงอายุราว 15% ของประชากรทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีการคาดการณ์ว่าจำนวนผู้สูงอายุของไทยจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 50 ในทุกๆ 10 ปี ขณะที่ประชากรทั้งประเทศจะเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 2.45 เท่านั้น
จะเห็นว่าการพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่มสำหรับผู้สูงอายุกลายเป็นโอกาสและความท้าทายสำหรับผู้ประกอบการ ที่โลกในอนาคตจะเต็มไปด้วยผู้สูงอายุโดยเฉพาะในประเทศที่พัฒนาแล้วผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มสำหรับผู้สูงวัย กลายเป็นโจทย์สำคัญในการพัฒนานวัตกรรมให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งส่วนมากเป็นกลุ่มสินค้าประเภทนมและผลิตภัณฑ์จากนม เช่น ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมเสริมด้วยแคลเซียมและวิตามินดี รวมถึงผลิตภัณฑ์โปรตีนสูงได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในแถบยุโรป เช่น โยเกิร์ตแบบกรีก ผลิตภัณฑ์กลุ่มโปรตีนสูงนี้จะเน้นดึงดูดความสนใจลูกค้ากลุ่มผู้ชาย ซึ่งทำให้เกิดกลุ่มเซกเมนต์ใหม่ๆ
สำหรับผลิตภัณฑ์นมเปรี้ยวและโยเกิร์ต มีการเติบโตสอดคล้องกับกระแสการรักสุขภาพ และมีการพัฒนาสูตรใหม่ที่มีรสชาติอร่อย พร้อมๆ กับได้รับคุณค่าทางโภชนาการสูง เช่น ลดการใช้นมผง ใช้นมสดปริมาณสูงเพื่อเน้นโปรตีนและแคลเซียม ลดปริมาณน้ำตาลและไขมัน พัฒนาเป็นฟังก์ชั่นนัลโยเกิร์ต เช่น เพิ่มไฟเบอร์ โอเมก้า3 วิตะมิน เพื่อช่วยลดโรคหัวใจ ลดคลอเรสเตอรอล
ทั้งนี้ สถาบันอาหาร คาดการณ์ไว้ว่า 3-4 ปีต่อจากนี้ตลาดนมเปรี้ยวและโยเกิร์ตในประเทศจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยร้อยละ 5 โดยสิ้นปี 2557 จะมีมูลค่าตลาดรวมจะอยู่ที่ 22.7 พันล้านบาท แบ่งเป็นนมเปรี้ยวพร้อมดื่ม 18.8 พันล้านบาท และโยเกิร์ต 3.9 พันล้านบาท และมูลค่าตลาดรวมจะเพิ่มเป็น 24.8 พันล้านบาทในปี 2560 แบ่งเป็นนมเปรี้ยวพร้อมดื่ม 20 พันล้านบาท และโยเกิร์ต 4.5 พันล้านบาท โดยมีแนวโน้มว่าโยเกิร์ตจะเติบโตในอัตราที่สูงกว่า คือ ร้อยละ 8.5 หากเปรียบเทียบกับนมเปรี้ยวพร้อมดื่มที่เติบโตราวร้อยละ 4.4
สำหรับมูลค่าตลาดนมในอาเซียนโดยรวมพบว่า มีมูลค่าสูงถึง 15,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 450,000 ล้านบาท คิดเป็นปริมาณน้ำนม 10,000 ล้านลิตร ซึ่งแม้ปัจจุบันมีอัตราเติบโตเฉลี่ยเพียง 4.6% อัตราการบริโภคมีเพียง 60 ลิตรต่อคนต่อปี เมื่อเทียบกับตลาดโลกมีการบริโภคสูงถึง 104.7 ลิตรต่อคนต่อปี แต่นั่นหมายถึงโอกาสอีกมากมายในการผลิตเพื่อส่งออกไปจำหน่ายยังทั่วโลก
ที่มาข้อมูล:
Thaieurope.net สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศฯ ณ กรุงบรัสเซลส์ World Food Market Report เทรนด์ฮิตตลาดอาหารโลกปี 2557
ศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร สถาบันอาหารThailand Food Market Report ตลาดนมเปรี้ยวและโยเกิร์ตในประเทศไทย กุมภาพันธ์ 2557 ศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร
สถาบันอาหารนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มในอนาคต สถาบันอาหาร www.nfi.or.th
บรรจุภัณฑ์กินได้ ทางเลือกใหม่บนโต๊ะอาหาร www.creativethailand.org
Puma Rihanna Creeper
Login/Register
Supplier Login
















